ข้าวหอมสยาม 2 (สุวรรณภูมิ 1) เป็นข้าวเจ้าหอมคุณภาพสูงที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนา โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมและเครื่องหมายโมเลกุล (Marker-assisted selection: MAS) จากความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การพัฒนาพันธุ์อาศัยฐานข้อมูลพันธุกรรมข้าวไทย ทั้งข้อมูล พันธุกรรม (Genotype) และ ลักษณะปรากฏ (Phenotype) เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวแบบจำเพาะเจาะจง (tailor-made) ให้เหมาะสมกับพื้นที่นาน้ำฝนของประเทศไทยโดยการคัดเลือกยีนสำคัญอย่างแม่นยำ ได้แก่ ยีนความหอม (badh2) ยีนทนน้ำท่วมฉับพลัน (Sub1) และลักษณะคุณภาพแป้ง (Starch profile) ที่ให้คุณภาพการบริโภคใกล้เคียงพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งได้รับการประเมินการตอบสนองต่อปุ๋ย ลักษณะทางกายภาพเมล็ด และคุณสมบัติทางเคมีของแป้งโดยกรมการข้าว
ข้าวหอมสยาม 2 มีคุณลักษณะอันโดดเด่นด้านคุณภาพการบริโภค เมื่อหุงสุกมีความนุ่ม หอมละมุน และให้รสสัมผัสดีเยี่ยม ใกล้เคียงข้าวขาวดอกมะลิ 105 ขณะเดียวกันมีศักยภาพด้านการให้ผลิตที่สูงขึ้น และมีความทนทานต่อสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน อันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่นาน้ำฝนอย่างยั่งยืน ด้วยคุณสมบัติอันประณีตทั้งด้านกลิ่น รส และเนื้อสัมผัส ข้าวหอมสยาม 2 จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการรังสรรค์เมนูอาหารไทยชั้นสูงสะท้อนเอกลักษณ์แห่ง “ข้าวไทย” ที่ทรงคุณค่า และเป็นผลสำเร็จของการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาการเกษตรไทยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสร้างคุณค่าทางอาหารอย่างยั่งยืน

คุณลักษณะเด่น “พันธุ์หอมสยาม 2 (สุวรรณภูมิ 1)”
- ข้าวเจ้าหอมนุ่ม ไวต่อช่วงแสง มีคุณสมบัติการหุงต้มเหมือนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105
- ทนทานต่อน้ำท่วมฉับพลัน (ระยะแตกกอ นาน 14 วัน ภายใต้สภาวะน้ำใส)
- ผลผลิตเฉลี่ย 605 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ 1.2 – 1.5 เท่า
- ขนาดเมล็ดข้าวเปลือก ยาว x กว้าง x หนา = 11.19 x 2.65 x 1.96 มิลลิเมตร
- ขนาดเมล็ดข้าวสาร ยาว x กว้าง x หนา = 7.67 x 2.08 x 1.7 มิลลิเมตร
ลักษณะเมล็ด รวง และต้นข้าว
ความทนทานน้ำท่วมฉับพลัน
พันธุ์หอมสยาม 2 ได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์ (ร.พ.2) จากกรมวิชาการเกษตร เลขที่ 1835/2565 และอยู่ระหว่างการยื่นขอรับรองพันธุ์ข้าวกับกรมการข้าว โดยปรับชื่อพันธุ์จาก “พันธุ์หอมสยาม 2” เป็น “พันธุ์สุวรรณภูมิ 1”