ไบโอเทค สวทช. โชว์ศักยภาพ “สุวรรณภูมิ 1” นวัตกรรมพันธุ์ข้าวไทย ยกระดับมูลค่าข้าวไทยสู่ความยั่งยืน

(15 พฤษภาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้แทนจาก 6 กระทรวงสำคัญ เข้าเยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อผลักดันการบูรณาการงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ภายใต้แนวคิด “National Research Engine” หรือเครื่องยนต์วิจัยของชาติ ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในผลงานวิจัยที่ได้รับความสนใจจากคณะรัฐมนตรีและผู้แทนจากหลายกระทรวง คือ “ข้าวสุวรรณภูมิ 1″ ( หรือชื่อเดิม ข้าวหอมสยาม 2 ) ผลงานพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยโดยนักวิจัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และภูมิปัญญาการเกษตรไทย เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต

ในการนี้ คณะผู้บริหารไบโอเทค นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค พร้อมด้วย ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรม ดร.วิรัลดา ภูตะคาม รักษาการรองผู้อำนวยการด้านสนับสนุนวิจัย และ ดร.ชาลินี คงสวัสดิ์ รักษาการรองผู้อำนวยการด้านบริหาร พร้อมคณะนักวิจัยไบโอเทค ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับมูลค่าข้าวไทยและส่งเสริมความยั่งยืนให้ภาคการเกษตรไทย ณ ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ อาคารนวัตกรรม 2 (INC2)  หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์สำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพและเทคโนโลยีโอมิกส์สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านการแพทย์ สุขภาพ เกษตร และอาหาร ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

“สุวรรณภูมิ 1” เป็นข้าวเจ้าหอมนุ่มไวต่อช่วงแสง ที่มีคุณสมบัติการหุงต้มใกล้เคียงกับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เมื่อหุงสุกให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หอมละมุน และรสชาติดีเยี่ยม สะท้อนเอกลักษณ์ของ “ข้าวไทย” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการรังสรรค์เมนูอาหารไทยชั้นสูง ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านกลิ่น รสชาติ และคุณภาพของวัตถุดิบ

นอกจากคุณภาพการบริโภคที่โดดเด่นแล้ว “สุวรรณภูมิ 1” ยังได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพด้านการผลิตสูง โดยให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 605 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ 1.2-1.5 เท่า พร้อมทั้งมีคุณสมบัติทนทานต่อน้ำท่วมฉับพลันในระยะแตกกอได้นานถึง 14 วัน ภายใต้สภาวะน้ำใส ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่นาน้ำฝน ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

ความสำเร็จของการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับรายได้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดและสารชีวภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานวิจัยของ สวทช. จะต้องไม่เป็นเพียงองค์ความรู้บนหิ้ง แต่ต้องเป็น “คำตอบ” ให้กับประเทศ และ “ข้าวสุวรรณภูมิ 1” คือภาพสะท้อนของการนำงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างอนาคตใหม่ให้เกษตรกรรมไทย

“ข้าวสุวรรณภูมิ 1 (หอมสยาม 2)” จึงไม่ใช่เพียงพันธุ์ข้าวใหม่ แต่เป็นผลสำเร็จของการผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ข้าวสุวรรณภูมิ 1  : ผลผลิตแห่งภูมิปัญญาไทย ผสานวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

https://www.biotec.or.th/home/suvarnabhumi-1/